Joomla Templates and Joomla Extensions by zootemplate.Com

ทีมผู้บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด

ทีมผู้บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด เป็นทีมผุ้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี

ทีมผู้บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด
ทีมผู้บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด

ทีม Production บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด

ทีม Production ของ บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด ล้วนเป้นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตและจัดจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร อย่างมืออาชีพ ทุกขั้นตอนของการผลิตได้ผ่านมาตรฐาน GMP จาก อย.

ทีม Production บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด
ทีม Production บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด

บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด มุ่งเน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคม

บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด ตอบแทนและคืนกำไรให้สังคมด้วยการช่วยเหลือทางด้าน ยาแผนปัจจุบัน เครื่องมือแพทย์

 บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด มุ่งเน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคม
 บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ค็อกซ์ จำกัด มุ่งเน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคม

ความรู้เรื่องการใช้ยา

ยาต้องห้ามของช่วงระหว่างวัย

ยาต้องห้ามของช่วงระหว่างวัย


ช่วงในวัยเด็ก

ยาปฏิชีวนะ และ ยาแอสไพริน จะเป็นอันตรายสำหรับวัยเด็ก เนื่องจากอวัยวะต่างๆ ของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ กระบวนการทำลายพิษยาและการขับถ่ายของเสียไม่สมบูรณ์ ร่างกายของเด็กจึงไวต่อพิษยามาก ดังนั้นการใช้ยาในเด็กจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

1) ยาคลอแรมเฟนิคอล และเตตราซัยคลีน เป็น ยาปฏิชีวนะ ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้กว้างขวางหลายชนิดเป็นตัวยาที่มีอันตรายร้ายแรงและไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในเด็กเล็ก ยาคลอแรมเฟนิคอล อาจทำให้เกิดพิษต่อการสร้างเม็ดเลือด เช่น ลดการทำงานของไขกระดูกทำให้เกิดโรคโลหิตจาง อาจมีเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือดต่ำร่วมด้วย และอันตรายถึงชีวิต จึงห้ามใช้ในทารกอายุต่ำกว่า 4 เดือน ส่วน ยาเตตราซัยคลีน อันตรายคือทำให้ฟันเป็นสีน้ำตาลถาวร ฟันหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ และทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกลดลง จึงไม่ควรใช้หรือห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี หญิงมีครรภ์ และแม่ระหว่างให้นมลูก

2) ยาแอสไพริน (Aspirin) ที่ไม่กี่ปีมานี้กระทรวงสาธารณสุขสั่งห้ามขายให้เด็ก เพราะมีอันตรายถึงชีวิต ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ อาจทำให้มีเลือดออกได้ การแพ้ ยาแอสไพริน มักเกิดอาการจากสมองและตับบาดเจ็บ อักเสบเสียหาย หรือชื่อทางการแพทย์ คือ กลุ่มอาการราย (Reye′s syndrome) เป็นกลุ่มอาการมักเกิดในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี จากการแพ้ ยาแอสไพริน ซึ่งกินเพื่อลดไข้ โดยเฉพาะหากเด็กเป็นไข้เลือดออกจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ช่วงในวัยผู้ใหญ่

ช่วงวัยผู้ใหญ่ อาจจะดูแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันดีที่สุด แต่จากการทำงานหนักและการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้อาจมีการใช้ยาทั้งในกลุ่ม ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาระบาย ยาลดความอ้วน ซึ่งถือว่าอันตรายหากใช้ไม่ถูกวิธีและขนาด

1) ยาพาราเซตามอล เป็นยาแก้ปวด และลดไข้ที่คนไทยนิยมใช้กันมากที่สุด เรียกว่าเป้นยาสารพัดโรคเลย้ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นไข้ ปวดฟัน กินแก้หวัด-ป้องกันหวัด หรือแก้ปวดเมื่อย พาราเซตามอล มีข้อดีที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะ แต่แท้จริงแล้วมีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุด คือ การเกิดพิษต่อตับ หากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การทาน ยาพาราเซตามอล เกินขนาดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดตับอักเสบเฉียบพลัน และเกิดภาวะตับวาย ซึ่งอาการอาจรุนแรงถึงขั้นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ หรือเสียชีวิต หากไปรับการรักษาไม่ทันท่วงที

2) ยาปฏิชีวนะ เป็นหวัด เป็นไข้ เจ็บคอ นอกจาก ยาพาราเซตามอล แล้ว ยาปฏิชีวนะ หรือในชื่อเรียกง่ายๆ ว่า "ยาแก้อักเสบ" (ทั้งๆ ที่ไม่ถูกต้อง) เป็นอีกหนึ่งยาที่คนไทยชอบกิน จริงๆ แล้วเราควรจะกิน ยาปฏิชีวนะ เฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บป่วย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อ และใช้ ยาปฏิชีวนะ ชนิดใดชนิดหนึ่งรักษาได้ผลเท่านั้น ไม่ใช่ว่าพอเป็นโรคติดเชื้อแล้วจะใช้ ยาปฏิชีวนะ ชนิดใดๆ ก็ได้ เช่น ถ้าเป็นเชื้อไมโคพลาสมา ต้องใช้อีริโทรไมซิน ถ้าเป็นเชื้อไวรัส โดยทั่วไปก็ไม่มียาที่ใช้ได้ผล เป็นต้น อย่าใช้ ยาปฏิชีวนะ โดยไม่จำเป็น หากต้องใช้ให้ใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา

ช่วงในวัยเกษียณ


ปัจจุบันคนไทยกำลังเข้าสู่โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ ผู้สูงวัยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องกินยาอย่างต่อเนื่องการใช้ยาในผู้สูงอายุนั้น พบว่ามีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะได้รับอันตราย ได้มากกว่าบุคคลทั่วไป

1) กลุ่มยาแก้ปวด - ลดไข้ เช่น ไดพัยโรน และหรือยาที่มีไดพัยโรนผสม อาจเกิดผื่นแพ้หรือผิวหนังอักเสบ และทำลายระบบเลือด เม็ดเลือดขาวต่ำ เม็ดเลือดแตก, เฟนิลบิวตาโซน และออกซีเฟนิลบิวตาโซน อาจเกิดไขกระดูกฝ่อ เม็ดเลือดขาวต่ำ กระเพาะอาหารทะลุ อ่อนแรง ผื่นขึ้น ปากเป็นแผล บวม, ยาแก้อักเสบ แก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะ ชีพจรเต้นเร็ว บางคนอาจมีชีพจรช้า ใจสั่น ความดันเลือดสูง หายใจลึกแรง, ยาแก้ปวดกับยากล่อมประสาท หรือยาคลายกล้ามเนื้อหดเกร็ง ยาคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง อาจทำให้เกิดความดันในลูกตาสูง (อาจทำให้ตาบอดได้ถ้าเป็นโรคต้อหินอยู่ก่อนแล้ว) ถ่ายปัสสาวะลำบาก เกิดการคั่งของปัสสาวะ โดยเฉพาะผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต ปากคอแห้ง ตื่นตกใจง่าย อ่อนเพลีย เป็นอันตรายถ้ากินร่วมกับสุรา

2) ยาที่มีสารสเตอรอยด์ ผู้สูงอายุมักมีอาการเจ็บป่วย ปวดเมื่อย ปวดแข้ง ปวดขา จึงพยายามหายาที่ลดอาการเหล่านี้มาใช้ แต่รู้หรือไม่ยาส่วนใหญ่ที่ช่วยลดอาการปวดจำนวนไม่น้อยมีสารสเตอรอยด์ผสมอยู่ เช่น ยารักษาโรคภูมิแพ้ ยารักษาโรคหอบหืดชนิดพ่นสูดทางปากได้แก่ เบโดรเมธาโซน และบูเดโซไนด์ ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยารักษาโรคไตบางชนิด ยารักษาข้ออักเสบ และยาแก้แพ้ ยาลูกกลอน หากร่างกายได้รับสารนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความผิดปกติ ได้แก่ มีใบหน้าอ้วนกลมเหมือนดวงจันทร์ ลำตัวอ้วนเหมือนถังเบียร์ ผิวหนังมีรอย แตก ภาวะความดันโลหิตตก ภูมิคุ้มกันลดลงติดเชื้อต่างๆ ง่าย เกิดเบาหวาน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้อกระจก กระดูกพรุนและเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีโรคประจำตัว ก่อนใช้ยาชนิดใดจึงควรปรึกษาแพทย์

นอกจากนี้ยังมียาที่ต้องอาจทำให้เกิดปัญหาในผู้สูงอายุ อื่นๆ ที่สำคัญ เช่น ไซเมทิดีน (Cimetidine) ดิจ๊อกซิน (Digoxin) ยาขับปัสสาวะพวกไธอะไซด์ (Thiazide diuretics) ยาลดความดันเลือด เช่น โพรพาโนลอล (Propranolol) ยาขยายหลอดลม เช่น ธีโอฟิลลีน (Theophylline) ยาสงบประสาทและยานอนหลับ เช่น ไดอะซีแพม (Diazepam) ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น อินโดเมธาซิน (Indomethacin) อะมิโนกลัยโคไซด์ (Aminoglycosides) เช่น กานามัยซิน (Kanamycin)

 

การออกกำลังกาย การผ่อนคลายความเครียด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกวัยควรจะปฏิบัติเพื่อทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องรับประทานยาและไม่มีอันตรายจากผลข้างเคียงจากการทานยานั้นๆ 

ที่มา :  Sanook.com

รูปภาพจาก Google

 

 

Language

พาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์

HIT STAT

000173
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
173
195
173
382739
8396
0
173

Your IP: 54.92.158.65
Server Time: 2017-09-20 14:36:55